วันจันทร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

จันทร์ผา


จันทร์ ผา เป็นไม้ป่าประเภทหนึ่งที่เกิดขึ้นในธรรมชาติ จันทร์ผามีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่ง จันทร์แดง หรือลักจั่น จันทร์ผาจัดเป็นไม้ยืนต้น มีความสูงประมาณ 5-7 ฟุต ลำต้นแกร่ง เปลือกนอกลำต้นมีลักษณะเกลี้ยงเป็นสีเทานวล ลักษณะลำต้นตั้งตรงเป็นลำคล้ายหมาก ใบของจันทร์ผาจะแตกใบเป้น่ช่อเฉพาะส่วนยอด แต่อาจจะมีการแตกแขนงออกจากลำต้นใหญ่ได้อีก ลักษณะใบของจันทร์ผาจะมีลักษณะใบเรียวยาว ใบจันทร์ผาจะสีเขียวเข้มปลายใบจะแหลมเป็นรูปหอก ริมใบเรียบเกลี้ยง ส่วนก้านใบจะมีลักษณะเป็นกาบหุ้มซ้อนทับอยู่รอบ ๆ ต้นขนาดของใบจะยาวประมาณ 1.5-2 ฟุต มีความกว้างของใบราว 4-5 เซนติเมตร ดอกของจันทร์ผาจะออกดอกเป็นพวาง โดยแตกออกจากโคนก้านใบคล้ายกับจั่นหมากด้วยเหตุนี้เอง จันทร์ผา จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ลักจั่น หมายถึงต้นไม้ ที่ไม่ใช้ต้นหมากหรือมะพร้าวแต่สามารถออกดอกเป็นจั่นได้อย่างจั่นหมาก หรือจั่นมะพร้าว เข้าทำนองว่าคล้ายกับการไปลักจั่นหมากหรือจั่นมะพร้าวมาออกที่ต้นของมันได้ นั่นเอง
จั่นดอกของจันทร์ผาพวงหนึ่ง ๆ จะมีดอกเล็ก ๆ มากมายหลายพันดอกในแต่ดอกจะมีกลีบสีขาวเล็ก ๆ จำนวน 6 กลีบที่บริเวณกลางดอกจะเป็นจุดสีแดงสด เมื่อดอกบานเต็มที่มีความกว้างดอกประมาณ 0.8 เซนติเมตร ในจั่นดอกจั่นหนึ่ง ๆ จะใช้เวลาการบานดอกนานประมาณ 10-15 วัน
จั่นดอกของจันทร์ผา แต่ละจั่นจะห้อยเป็นพวงระย้ายาว เมื่อดอกแก่และมีการผสมติดก็จะเกิดเป็นผลมีลักษณะเป็นผลกลมเล็ก ๆ ขนาดเท่ากับขนาดของผลมะแว้งผลเมื่อยังอ่อนอยู่จะมีผลเป็นสีเขียว แต่เมื่อผลแก่สุกก็จะกลายเป็นสีแดงสดและจะกลายเป็นสีดำคล้ำเมื่อผลจันทร์ผา แก่จัด ในช่วงที่ผลจันทร์ผาเป็นสีดำคล้ำหรือแก่จัดนี้เองเป็นช่วงที่สามารถนำไปเพาะ เพื่อขยายพันธุ์ ได้ในการขยายพันธุ์จันทร์ผาจะใช้วิธีปักชำก็ได้ เช่น หรือจะใช้วิธีหักต้นไปปักให้ขึ้นเป็นต้นใหม่ได้
จันทร์ผาจัดเป็นไม้กลางแจ้งที่ปัจจุบันดำลังได้รับความนิยมสูง เนื่องจากวงการไม้ประดับนิยมจะนำจันทร์ผาไปกตแต่งสวนหย่อมกันมากนั่นเอง
ในการปลูกจันทร์ผา ควรปลูกในดินทีผสมด้วยหินหรือลูกรังให้มาก ดังนั้นในหลุมที่ขุดเตรียมไว้เพื่อปลูกจันทร์ผา จึงควรมีการผสมดินปลูกใหม่ให้เหมาะสม ดังกล่าวเพราะถ้าหากปลูกจันทร์ผาโดยวิธีกรปลูกลงในดินล้วน ๆ แล้ว ยอดของจันทร์ผาที่เกิดใหม่จะลีบเล็กลงทั้งนี้เพราะจันทร์ผาเป็นไม้ที่มีราก แข็งแรงและ ชิบฝังรากลึก ทนต่อความแห้งแล้งได้ดี ดังนั้น การปลูกจันทร์ผาโดยใช้ส่วนผสมที่มีหินหรือลูกรัง จะช่วยรากของจันทร์ผาแข็งแรงและทนแล้งได้ดี ดังนั้น หากปลูกจันทร์ผาในดินล้วน ๆ รากของจันทร์ผาจะไม่แข็งแรง และมีผลทำให้ยอดลีบเล็กลงได้
จากเหตุผลดังกล่าวมานี้เอง เราจึงมักจะพบเห็นจันทร์ผาในธรรมชาติขึ้นอยู่ตามภูเขาสูง ๆ หรือตามเกาะแก่งกลางทะเลที่ห่างไกลจากฝั่ง
คุณบุญมาและคุณอารี จอมผา ผู้ประกอบกิจการ “สวนบุญมา” ที่รังสิต-นครนายก คลอง 15……
จันทร์ ผาเป็นไม้อีกชนิดหนึ่งที่คุณบุญมามองเห็นว่า “เหมาะ” ที่จะนำมาแต่งสวน ด้วยลำต้นสูงโปร่ง, ใบเรียวปลายแหลมเรียงตัวกันเป็นทรงพุ่มกลมที่ยอดกิ่ง โดยมีลักษณะเด่นที่ทรงต้นและกิ่งที่ตรง ไม่ขอดได้ทรงสวย แถมยังสูงได้ถึง 5 เมตรด้วย จันทร์ผาจึงเหมาะที่จะใช้ในการสร้างจุดเด่นในมุมมองที่สูงจากพื้น
“เมื่อ ก่อนผมขายจันทร์ผาเยอะกว่านี้ครับ แต่มันเป็นไม้ป่าไงครับ เป็นไม้อนุรักษ์ ถ้านำมาจากป่าเลยอาจจะถูกปรับได้ เดี๋ยวนี้เค้ามีเลี้ยงเป็นไม้บ้านแล้ว ผมก็หามาตามสวนต่าง ๆ ที่ปลูกขาย” เจ้าของสวนบุญมาสาธยาย ก่อนจะจำแนกวิธีดูว่าต้นไหนเป็นไม้ป่าหรือไม้เลี้ยงให้ฟัง
“ถ้า เป็นไม้ป่า เดี๋ยวนี้หายากครับ แต่มันดูง่ายมาก ลำต้นจะลีบขอด ไม่สวยเพราะต้องเติบโตในสภาพป่าธรรมชาติที่แห้งแล้ง มันเลยขาดอาหารไป แต่ถ้าเป็นไม้เลี้ยงล่ะก็ มันจะเป็นทรงของมันเลยครับ ถ้าไม้เลี้ยงจะดูรู้เลยเพราะลำต้นมันดูอ้วน”
ต้น จันทร์ผาที่เกิดจากเมล็ดจะให้ทรงต้นที่สวยสมบูรณ์กว่า มีรากแข็งแรง ไม่ล้มง่าย ราคาจึงสูงกว่าต้นที่เกิดจากการปักชำถึงเท่าตัว ส่วนการเลี้ยงดูนั้นค่อนข้างง่ายเนื่องจากเป็นไม้ป่า สภาพอากาศแห้งแล้งก็สามารถอยู่ได้ เจ้าของสวนไม่ต้องรดน้ำทุกวันหรือเอาใจใส่เป็นพิเศษแต่อย่างไร
นอก จากนี้ราคาของจันทร์ผายังขึ้นอยู่กับ “ความสูง” และ “อายุ” โดยตรงอีกด้วย ต้นเล็ก ๆ สูงสัก 1 เมตร ราคาตกราว 400 บาทเท่านั้นเอง แต่ถ้าเป็นต้นสูงขนาด 4 เมตร ราคาก็จะอัพขึ้นไปเป็น 10,000 บาทขึ้นไป นอกจากนี้ราคายังขึ้นอยู่กับ “ทรง” และ “ความสมบูรณ์” ของ
คุณบุญมาและคุณอารี จอมผา ผู้ประกอบกิจการ “สวนบุญมา” ที่รังสิต-นครนายก คลอง 15……
จันทร์ผาเป็นไม้อีกชนิดหนึ่งที่คุณบุญมามองเห็นว่า “เหมาะ” ที่จะนำมาแต่งสวน ด้วยลำต้นสูงโปร่ง, ใบเรียวปลายแหลมเรียงตัวกันเป็นทรงพุ่มกลมที่ยอดกิ่ง โดยมีลักษณะเด่นที่ทรงต้นและกิ่งที่ตรง ไม่ขอดได้ทรงสวย แถมยังสูงได้ถึง 5 เมตรด้วย จันทร์ผาจึงเหมาะที่จะใช้ในการสร้างจุดเด่นในมุมมองที่สูงจากพื้น
“เมื่อก่อนผมขายจันทร์ผาเยอะกว่านี้ครับ แต่มันเป็นไม้ป่าไงครับ เป็นไม้อนุรักษ์ ถ้านำมาจากป่าเลยอาจจะถูกปรับได้ เดี๋ยวนี้เค้ามีเลี้ยงเป็นไม้บ้านแล้ว ผมก็หามาตามสวนต่าง ๆ ที่ปลูกขาย” เจ้าของสวนบุญมาสาธยาย ก่อนจะจำแนกวิธีดูว่าต้นไหนเป็นไม้ป่าหรือไม้เลี้ยงให้ฟัง
“ถ้าเป็นไม้ป่า เดี๋ยวนี้หายากครับ แต่มันดูง่ายมาก ลำต้นจะลีบขอด ไม่สวยเพราะต้องเติบโตในสภาพป่าธรรมชาติที่แห้งแล้ง มันเลยขาดอาหารไป แต่ถ้าเป็นไม้เลี้ยงล่ะก็ มันจะเป็นทรงของมันเลยครับ ถ้าไม้เลี้ยงจะดูรู้เลยเพราะลำต้นมันดูอ้วน”
ต้นจันทร์ผาที่เกิดจากเมล็ดจะให้ทรงต้นที่สวยสมบูรณ์กว่า มีรากแข็งแรง ไม่ล้มง่าย ราคาจึงสูงกว่าต้นที่เกิดจากการปักชำถึงเท่าตัว ส่วนการเลี้ยงดูนั้นค่อนข้างง่ายเนื่องจากเป็นไม้ป่า สภาพอากาศแห้งแล้งก็สามารถอยู่ได้ เจ้าของสวนไม่ต้องรดน้ำทุกวันหรือเอาใจใส่เป็นพิเศษแต่อย่างไร
นอกจากนี้ราคาของจันทร์ผายังขึ้นอยู่กับ “ความสูง” และ “อายุ” โดยตรงอีกด้วย ต้นเล็ก ๆ สูงสัก 1 เมตร ราคาตกราว 400 บาทเท่านั้นเอง แต่ถ้าเป็นต้นสูงขนาด 4 เมตร ราคาก็จะอัพขึ้นไปเป็น 10,000 บาทขึ้นไป นอกจากนี้ราคายังขึ้นอยู่กับ “ทรง” และ “ความสมบูรณ์” ของต้นอีกเช่นกัน
ที่มา:http://www.oknation.net/blog/rakjunpa/2007/04/24/entry-1

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น